แบบฟอร์มขอไฟแนนซ์รถมือสอง

สินเชื่อรถยนต์มือสอง สินเชื่อรถยนต์มือสอง สินเชื่อรถยนต์มือสอง

บันทึกข้อมูลเรียบร้อยแล้ว

เจ้าหน้าที่จะติดต่อกลับภายใน 24 ชั่วโมง
หากไม่ได้รับการติดต่อกลับสามารถสอบถามข้อมูลได้ที่ 02-196-1866 ต่อ 307 โดยแจ้งรหัส แก่พนักงาน
กรอกข้อมูล เพื่อยื่นขอสินเชื่อรถยนต์มือสอง
*สำหรับผู้ที่ติด 'แบล็คสิสต์' ลองปรึกษาเราได้ เพียงแค่กรอกข้อมูลด้านล่าง*
   
คลิ๊กเพื่อแนบเอกสารเพิ่มเติม
ควรเตรียมเอกสารเพื่อความแม่นยำ และความรวดเร็วในการขออนุมัติจากบริษัทไฟแนนซ์
1. สำเนาทะเบียนบ้าน
2. สำเนาบัตรประชาชน
3. สลิปเงินเดือนย้อนหลัง 6 เดือน
4. Statement ธนาคารย้อนหลัง 6 เดือน
ข้าพเจ้ายินยอมให้บริษัทฯใช้เบอร์โทรศัพท์ ที่อยู่ และอีเมล์ ที่ให้ไว้ ในการแจ้งผลของการสมัคร ข่าวสารอื่นๆ
และการเสนอขายผลิตภัณฑ์ ของบริษัทฯ และคู่ค้า
* จำเป็นต้องกรอกข้อมูล

กรุณารอสักครู่...

ขอไฟแนนซ์รถมือสอง ต้องทำอะไรบ้าง

เมื่อจะซื้อรถมือสองสักคัน แต่ถ้างบประมาณไม่พอ ไฟแนนซ์รถมือสองคือผู้ช่วยของคุณ ความหมายของไฟแนนซ์รถมือสอง คือธนาคารหรือสถาบันทางการเงินที่ให้กู้เงินเพื่อซื้อรถมือสอง โดยเงื่อนไขรายละเอียดของการขอไฟแนนซ์จะแตกต่างกันออกไป แล้วแต่เงื่อนไขของแต่ละสถาบันที่กำหนดขึ้นมา ซึ่งสิ่งที่สำคัญที่สุดของการกู้คือ 'ดอกเบี้ย' ประเภทของไฟแนนซ์สำหรับรถมือสองแบ่งเป็น 2 ประเภทได้แก่

1. ไฟแนนซ์ที่มีให้บริการจาก เต้นท์รถ
ถ้ารถที่ซื้อ เป็นรถที่ซื้อจากเต้นท์รถหรือผู้ประกอบการรถยนต์ใช้แล้ว แต่ละเต้นท์จะมีไฟแนนซ์หรือสถาบันทางการเงินที่ทางเต้นท์ใช้บริการเป็นประจำ เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ซื้อรถมือสอง

Tips :: ไฟแนนซ์จากเต้นท์รถมีข้อดีคือ การดำเนินขั้นตอนต่างๆ ทางเต้นท์จะเป็นผู้ดำเนินการให้ทั้งหมด ทำให้ผู้ซื้อไม่ต้องไปดำเนินการด้วยตัวเองให้ยุ่งยาก รวมไปถึงถ้าหากรถเป็นรุ่นที่เก่ามาก จนไม่มีราคากลางในการประเมิน ทางเต้นท์ก็จะช่วยคุยให้เช่นกัน

2. ไฟแนนซ์รถบ้าน เจ้าของขายเอง
การซื้อรถบ้าน คือการซื้อรถโดยตรงจากเจ้าของรถ หรือซื้อรถต่อจากคนรู้จัก ในกรณีนี้ถ้าหากผู้ซื้อจะทำการขอกู้ไฟแนนซ์ก็จะต้องติดต่อไฟแนนซ์ด้วยตัวเอง เพราะว่าผู้ขายอาจจะไม่มีไฟแนนซ์เจ้าประจำ

Tips :: ถ้าผู้ซื้อติดต่อนำไฟแนนซ์ไปเอง ในการประเมินสินเชื่อจะดีกว่า เพราะจะสามารถเลือก สถาบันทางการเงินที่อัตราดอกเบี้ยที่ดีที่สุด (ต่ำที่สุด) ได้หลายสถาบัน ก็สามารถประหยัดเงินไปได้หลายบาทนะ

- ดอกเบี้ยไฟแนนซ์สิ่งสำคัญที่ต้องรู้

เมื่อผู้ซื้อรถมือสองต้องการที่จะทำการขอไฟแนนซ์ ไม่ว่าจะซื้อรถกับเต้นท์ หรือซื้อรถต่อจากคนทั่วไป (รถบ้าน) ดอกเบี้ยเป็นปัจจัยที่ผู้ซื้อต้องดูให้ดี โดยอัตราดอกเบี้ยของรถยนต์มือสองนั้น จะแตกต่างกันแล้วแต่สถาบันทางการเงิน หรือไฟแนนซ์นั้นๆ โดยดอกเบี้ยรถมือสอง ส่วนใหญ่เริ่มต้นที่ 3% แล้วแต่ปี รุ่นรถ และไฟแนนซ์จะกำหนด

โดยปัจจัยหลักที่ทำให้การคิดดอกเบี้ยของรถมือสองแตกต่างไปด้วย ได้แก่

- ประเภทรถ

ประเภท รถเก๋ง Sedan, รถกระบะ รถตู้ รถ SUV และขนาดเครื่องยนต์ส่งผลให้ดอกเบี้ยแตกต่างกันด้วย

- ปีจดทะเบียนรถ

เมื่อรถการใช้งานมาก ออกมาหลายปี ดอกเบี้ยก็จะยิ่งสูง เพราะตัวรถไม่เหลือค่าเสื่อมราคา เหลือแต่ราคา ซากลดลงทุกวัน เป็นสาเหตุให้อัตราดอกเบี้ยสูงเพื่อลดความเสี่ยงของไฟแนนซ์เอง รถยิ่งปีเก่าอัตราดอกเบี้ยจะแพงกว่ารถที่เพิ่งออกมาใหม่เช่น ถ้าขอกู้ไฟแนนซ์ Toyota Vios 2008 อัตราดอกเบี้ยจะสูงกว่า Toyota Vios 2012

- จำนวนปีที่จัดไฟแนนซ์

พยายามเลือกระยะเวลาในการขอสินเชื่อที่น้อยปีที่สุด เพราะถ้าระยะยิ่งมากอัตราดอกเบี้ยยิ่งสูง ยิ่งในปัจจุบัน ไฟแนนซ์ส่วนใหญ่จะให้ระยะเวลาในการผ่อนมากสุดที่ 4 ปีเพื่อเป็นการลดความเสี่ยงของไฟแนนซ์เอง

Tips ::
- ถ้าผู้ขอกู้ต้องการอัตราดอกเบี้ยที่น้อยที่สุด ควรจะติดต่อสอบถามสถาบันการเงินหลายๆ สถาบันเพื่อเป็นการเปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ย บางสถาบันดอกเบี้ยถูก รถมือสองบางสถาบันแพง
- อัตราดอกเบี้ยไม่ได้เกี่ยวข้องกับเงินดาวน์เหมือนรถป้ายแดง แม้จะดาวน์สูงก็ไม่ส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยถูกลง การเพราะฉะนั้นเลือกปีผ่อนให้น้อยจะเป็นการดีที่สุด
- หลักการประเมินการขอไฟแนนซ์

การขอไฟแนนซ์รถมือสองกับสถาบันการเงิน มีขั้นตอนการประเมินหลายขั้นตอน อาศัยหลายปัจจัยเพื่อนำข้อมูลมาอ้างอิงการประเมินแก่ผู้ขอไฟแนนซ์ เรียกว่า "ยอดจัด" หรือเรียกเต็มๆ คือยอดจัดไฟแนนซ์ ที่จะสามารถให้ได้กับผู้ขอกู้ไฟแนนซ์ แต่ไม่เสมอไปที่จะได้เต็ม 100% อยู่ที่ปัจจัยต่างๆ ส่งผลต่อยอดจัดดังนี้

  1. การประเมินราคากลางของรุ่นรถแต่ละรุ่นของแต่ละสถาบัน
    ไฟแนนซ์จะมีราคากลางของรถแต่ละปี แต่ละรุ่น แสดงออกมาเป็นตารางราคา ไฟแนนซ์ใช้ราคานั้นๆ มาเป็นหลักในการเปรียบเทียบ เพื่อประเมินยอดจัดโดยจะต้องดูสภาพรถยนต์มือสองที่ผู้ขอกู้ ทำเรื่องมาด้วย
  2. สภาพรถมือสองคันนั้นๆ ที่ผู้กู้ขอทำเรื่องกู้
    สภาพรถยนต์มีผลต่อยอดจัดที่ทางไฟแนนซ์จะสามารถให้ได้ ถ้ารถยนต์มือสองที่ผู้กู้ยื่นไปสภาพดี ยอดจัดที่ได้จะสูงกว่ารถที่สภาพโทรม
  3. ประวัติทางการเงินของผู้ขอกู้
    ข้อนี้สำคัญที่สุด ในเรื่องการขอกู้ไฟแนนซ์ว่าจะผ่านหรือไม่ผ่าน อยู่ที่ผู้ขอกู้ ว่ามีความสามารถในการผ่อน ชำระได้มากน้อยแค่ไหน โดยสิ่งเดียวที่จะดูได้คือ ประวัติทางการเงินของผู้ขอกู้

Tips :: จากทั้งหมดข้อนี้ข้อที่ 3 ที่เป็นปัจจัยหลัก สำคัญที่สุด จะทำให้การกู้นั้นผ่านหรือไม่ ผู้ประเมินสินเชื่อของไฟแนนซ์จะดูประวัติว่าดีไหม ไม่เคยมีประวัติไม่ดีผิดนัดชำระเงิน มีภาระค่าใช้จ่ายมากเกินกว่ารายรับหรือไม่ รายได้ต้องมีมากกว่า 1.5-2 เท่าของค่างวด เป็นต้น

เอกสารที่ต้องเตรียมกรณีซื้อขายรถยนต์ และต้องการจัดไฟแนนซ์ :'ดาวน์โหลดที่นี่'

สัญญาซื้อขาย :'ดาวน์โหลดที่นี่'

ขั้นตอนการขอไฟแนนซ์ ง่ายๆ 5 ขั้นตอน

  1. ติดต่อไฟแนนซ์ : ผู้ซื้อต้องติดต่อไฟแนนซ์เพื่อทำการขอสินเชื่อ
  2. เก็บข้อมูลและเอกสาร : ทำการนัดเจ้าหน้าที่ไฟแนนซ์เพื่อส่งมอบเอกสาร + ข้อมูลรถที่จะนำไปประเมินสินเชื่อ
  3. พิจารณาสินเชื่อ : ไฟแนนซ์ทำการประเมินสินเชื่อถึงความเป็นไปได้ในการอนุมัติสินเชื่อว่า ผ่าน - ไม่ผ่าน
  4. นัดโอน : ถ้าสินเชื่ออนุมัติผ่าน ทางไฟแนนซ์จะนัดผู้ขาย และผู้ซื้อนำเอกสารไปทำเรื่องเล่มทะเบียน
  5. ผู้ขายได้รับเงิน : ผู้ขายจะได้รับเงินหลังจาก การนัดโอนเล่ม เรียบร้อยแล้วเท่านั้น

การประเมินสินเชื่อรถมือสอง มีอะไรบ้าง

อีกหนึ่งขั้นตอนสำคัญที่จะเป็นตัวระบุว่าผู้ขอสินเชื่อจะสามารถขอกู้เงินผ่านหรือไม่นั้น ล้วนขึ้นอยู่กับการตรวจสอบเอกสาร และประเมินจากปัจจัยหลายประการ ซึ่งขั้นตอนนี้จะทำหลังจากที่ทำการประเมินราคากลางของรถคันที่จะขอจัดไฟแนนซ์รถมือสองเรียบร้อยแล้ว โดยหลักๆ แล้วทางผู้ให้สินเชื่อจะประเมินการขอสินเชื่อรถมือสองจากสิ่งเหล่านี้

  1. รายได้ และแหล่งที่มา
    ผู้ให้สินเชื่อจะคำนวนดูว่ารายรับที่คุณได้มาจะพอต่อการชำระค่างวดในแต่ละเดือนไหม ซึ่งรายได้ของผู้ขอสินเชื่อจะต้องมีจำนวนเป็น 1.5 – 2 เท่าของค่างวด ซึ่งคุณสามารถคำนวนสินเชื่อรถมือสองได้ด้วยตัวเองอย่างง่ายๆ โดยใช้ 'เครื่องมือคำนวนสินเชื่อรถมือสอง'
  2. ระยะเวลาในการทำงาน
    หากผู้ขอสินเชื่อทำงานประจำ ทางผู้ให้สินเชื่อก็จะพิจารณาจากระยะเวลาในการทำงานว่าทำงานมาเป็นเวลานานขนาดไหน เพราะถ้ายิ่งอายุงานน้อย หรืออาชีพการทำงานไม่มั่นคง ก็อาจจะเสี่ยงต่อการขอสินเชื่อไม่ผ่าน แต่ถ้าคุณมีสลิปเงินเดือนย้อนหลัง ก็จะเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยในการประกอบการตัดสินใจของผู้ขอสินเชื่อ
  3. ที่อยู่อาศัย
    อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่หลายคนอาจจะมองข้าม คือเรื่องของที่อยู่อาศัย เพราะผู้ขอสินเชื่อจะประเมินว่าที่พักของคุณนั้นตรงกับทะเบียนบ้านหรือไม่ โดยผู้ขอสินเชื่ออาจจะต้องส่งเอกสารเพื่อยืนยันว่าได้อยู่อาศัยมาเป็นระยะเวลานานเท่าไหร่ รวมถึงการเช่าที่อยู่ หรือซื้อบ้านหรือคอนโดเป็นของตัวเอง เพราะในกรณีที่ผู้ขอสินเชื่อได้ขาดการส่งค่างวดหลายเดือน ผู้ให้สินเชื่อจะได้พิจารณาว่าสามารถตามตัวผู้ขอสินเชื่อได้หรือไม่
  4. สภาพคล่องทางการเงิน
    สำหรับสภาพคล่องทางการเงินที่ว่านี้นั้นจะรวมถึง ประวัติการผ่อนชำระ หรือที่ใครหลายคนเรียกกันว่า 'เครดิตบูโร' โดยทางผู้ให้สินเชื่อจะทำการตรวจสอบกับ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด ว่าคุณได้มีการค้างชำระ หรือมีประวัติการผ่อนชำระที่ไม่ดีหรือไม่ และยิ่งถ้าคุณมีประวัติการผ่อนชำระที่ดีมากแค่ไหน ก็จะทำให้การอนุมัติเป็นเรื่องง่ายขึ้น อีกทั้งผู้ขอสินเชื่อก็จะประเมินภาระรายจ่าย ว่าในแต่ละเดือนคุณมีลิสรายจ่ายอะไรบ้าง และสามารถมีเงินเหลือเพื่อชำระค่างวดหรือไม่

ซึ่งสิ่งเหล่านี้นั้นล้วนเป็นข้อมูลของการจัดไฟแนนซ์มือสองแบบคร่าวๆ ทีแม้แต่คนที่ไม่เคยขอสินเชื่อรถมือสองมาก่อนก็สามารถอ่าน และทำความเข้าใจได้ด้วยตนเอง ถ้าหากใครต้องการศึกษาข้อมูลที่มากกว่านี้ แนะนำให้เข้าไปที่ 'ไฟแนนซ์ ep.2' 'ไฟแนนซ์ ep.3'